Breaking News
Home / ข่าวกีฬา / ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ การรนหาที่ตายของดาวยิงที่ไม่เคยไปถึงดวงดาว
ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์

ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ การรนหาที่ตายของดาวยิงที่ไม่เคยไปถึงดวงดาว

เขาเคยถูกว่านิยามว่าเป็นศูนย์หน้าเบอร์ 9 แห่งโลกฟุตบอลยุคโมเดิร์น ผ่านจากปากของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ขณะที่ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ก็เคยการันตีว่าเขามีโอกาสที่จะเก่งในระดับเดียวกับ หลุยส์ ซัวเรซ ถึงกระนั้น ความคาดหวังดันไม่ค่อยสอดคล้องกับความจริงเท่าไหร่นัก เพราะสิ่งที่เราเห็นในวันนี้ก็คือ ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ในขวบวัยที่ 30 ตกอยู่ในสภาพที่ต้องเป็นแข้งไร้สังกัด

ช่วงเวลาราวๆ 1 ปีครึ่ง อาจเป็นแค่ควานทรงจำสั้นๆ สีจาง แต่มันคือช่วงเวลาที่หลายๆ คนนั้นพูดว่า สเตอร์ริดจ์ คือ 1 ในมือสังหารที่คมที่สุดคนหนึ่งของ พรีเมียร์ลีก 35 ประตู ในช่วงเดือน ม.ค. 2013 ถึง 5 พ.ค. 2014 คือจุดสูงสุดในอาชีพการค้าแข้งของเขา และนี่คือเรื่องราวของกองหน้าที่เกิดพาพร้อมกับสัญชาติญาณล่าประตูโดยธรรมชาติ เขาทั้งฉลาด และอาจจะทั้ง “โง่” ในเวลาเดียวกัน

ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ เจ้าของฉายา เต้ยโศก

เต้ยโศก” คือนิยามของกองหน้าที่เกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ เขาเจ้าเล่ห์ , เทคนิคแพรวพราว และเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจในระดับที่เกินพิกัด แต่หลังจากระเบิดพลังจนเป็นที่สนใจจากแฟนบอลทั่วโลก อยู่ดีๆ สเตอร์ริดจ์ ก็คลำเป้าเจอแค่ 23 ประตูในเกมลีก ตลอดการเล่น 6 ฤดูกาลที่ถิ่น แอนฟิลด์ หลังจากนั้น ด้วยอายุ 30 ปี มันไม่ได้เป็นช่วงวัยที่ร่วงโรยจนเกินไป แต่ สเตอร์ริดจ์ ก็ทำตัวเองให้หมดสภาพเสียจนเด็กร่วมชาติรุ่นใหม่อย่าง โดมินิค คาร์เวิร์ท เลวีน , มาร์คัส แรชฟอร์ด , แทมมี่ อับบราฮัม หรือ แฮร์รี่ เคน ก้าวแซงเขาไปกันหมด

สเตอร์ริดจ์ เต้ยโศก

สเตอร์ริดจ์ คุ้นเคยกับการถูกมองข้ามเป็นอย่างดี ไม่ใช่แค่อคติจากแฟนบอลบางกลุ่มที่จะไม่มีวันให้เครดิตใดๆ กับเขาเท่านั้น (บ้างก็ยกมันทั้งหมดไปให้ ซัวเรซ คนเดียว) แต่เส้นทางอาชีพในช่วงแรกๆ ของเขาก็ขรุขระพอๆ กันอดีตแข้งดาวรุ่งของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถูกพูดถึงในฐานะของเด็กที่น่าจับตามอง แต่ก็ไม่ดีพอสำหรับการแย่งตำแหน่งกองหน้ารุ่นพี่คนอื่นๆ อย่าง เบนจานี่ , ดาริอุส วาสเซลล์ และ โรลันโด้ เบียงคี่

ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในปี 2008 ที่เขาถูกขายต่อให้แก่ เชลซี และดับสนิทตลอด 2 ฤดูกาลแรก ที่ยิงในลีกไป 1 ประตูถ้วน ก่อนจะถูกส่งไปให้ โบลตัน ยืมใช้งานต่อ ฟอร์มของ สเตอร์ริดจ์ ในทัพ “เดอะ ทร็อตเตอร์” ดำเนินไปด้วยดี มันสร้างความมั่นใจให้เขากลับไปต่อยอดกับ “สิงห์บลูส์” ในยุคของ อังเดร วิลลาส โบอาส โดยจัดการหวด 13 ประตู ให้แฟนๆ ดูเป็นขวัญตา

มันคือช่วงเวลาที่ดีที่สุดของกองหน้าผิวสีเลือด “ผู้ดี” ที่ถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ หากแต่ก็ดันเป็นช่วงเวลาอันสุดแสนจะห่วยแตกของ เชลซี ในแง่ของฟอร์มในภาพรวม โบอาส ต้องสังเวยเก้าอี้ตัวเอง และเป็น โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ ตบเท้าเข้ามา พร้อมกับโล๊ะ สเตอร์ริดจ์ กลับไปนั่งแช่เป็นตัวสำรองอีกครั้งลิเวอร์พูล ใช้เงินแค่ 10-12 ล้านปอนด์ เท่านั้น ในการดึง “เต้ยโศก” จากทีมคู่แข่ง มาสู่ถิ่น แอนฟิลด์ ในช่วงกลางซีซั่นของเดือน ม.ค. ทั้งหมดเกิดขึ้นได้ก็เพราะมันแทบไม่มีใครคาดหวังอะไรจากเขาทั้งนั้น

สเตอร์ริดจ์ จุดเปลี่ยนของ เต้ยโศก

สเตอร์ริดจ์ ลิเวอร์พูล

แต่แล้ว สิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้น เพราะอยู่ดีๆ สเตอร์ริดจ์ ดันแท็คทีมจับคู่กับ หลุยส์ ซัวเรซ พังประตูได้เป็นกอบเป็นกำ ถึงแม้จะเป็นการจับคู่ช่วงสั้นๆ 1 ฤดูกาล แต่คู่หู สเตอร์ริดจ์ และ ซัวเรซ ก็ได้รับการยกย่องให้เป็นคู่ศูนย์หน้าที่ร้ายกาจที่สุดคู่หนึ่งในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก

สถิติในลีกฟ้องว่า ซัวเรซ หวดใน พรีเมียร์ลีก ซีซั่นนั้นไป 31 ลูก โดยมี สเตอร์ริดจ์ จัดไปอีก 21 ลูก ชนิดที่ว่าควรจะมากพอสำหรับการพา ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้แล้ว ถ้ากองหลังของพวกเขาจะเล่นให้เป็นเรื่องเป็นราวมากกว่านี้ แต่ถ้าไม่พูดถึงแค่ความสำเร็จ เราต้องยอมรับว่านั่นคือช่วงที่ ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ถูกยกขึ้นไปเป็นดาวยิงเบอร์ต้นๆ ของลีกแล้วเรียบร้อย เช่นเดียวกับท่าเซิ้งฉลองประตูของเขา ที่ฮอตฮิตติดชาร์ตไปทั่วโลก

ถึงตอนนั้น ชีวิตของ สเตอร์ริดจ์ มันควรจะต่อยอดไปไกลได้ถึงไหนต่อไหนแล้ว – เราได้เห็น ซัวเรซ ย้ายออกไปประสบความสำเร็จกับ บาร์เซโลน่า และก้าวขึ้นสู่ เวิลด์คลาสส์ อย่างเต็มตัว โดยมีหลักฐานเป็นการสังหารประตูยับ 142 ลูก แต่สำหรับ “เต้ยโศก” ชีวิตของเขาต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง อาการบาดเจ็บเริ่มถาโถมเข้ามา ไม่ว่าจะฮามสตริง , สะโพก , หลัง , หัวเข่า , ข้อเท้า , น่อง เสมือนกับว่าร่างกายของเขาไม่พร้อมสำหรับเกมหนักๆ อะไรได้อีก

เจอร์เก้น คล็อปป์ ฉลาดพอที่จะล่วงรู้ว่าเขาไม่สามารถพึ่งพาร่างกายอันแสนเปราะบางของ สเตอร์ริดจ์ ได้ เขายังโผล่มายิงประตูได้บ้าง หลายๆ ครั้งคือลูกสำคัญและสวยงาม แต่จำนวนแมตช์นั้นค่อยๆ ลดลงอย่างชัดเจนการถูกปล่อยซบ เวสต์บรอม แบบยืมตัว คือการต่อลมหายใจท้ายๆ ของ สเตอร์ริดจ์ ซึ่งเจ้าตัวก็ไม่ทำให้ผิดหวังด้วยการลงไปโชว์เดี้ยงทันทีในแมตช์แรกที่ถูกส่งลงสนาม

สเตอร์ริดจ์ โชคดีพอที่จะร่วมคว้าแชมป์ยุโรปกับ ลิเวอร์พูล ถึงแม้จะไม่ค่อยมีบทบาทใดๆ แล้วก็ตาม ก่อนที่จะถูกปล่อยตัวถาวรหลังจากนั้น แต่ข่าวที่น่าปลาบปลื้มใจในครั้งนี้ก็คือเขาไม่โดนอาการบาดเจ็บเล่นงานมานานมากๆ แล้ว แทร็ปซอนสปอร์ ในเวที ซูเปอร์ลีก ตุรกี หยิบยื่นโอกาสนี้ให้กับเขา และกองหน้าดีกรีทีมชาติอังกฤษ ก็ยังคงไว้ลายด้วยการหวด 7 ประตู จากการเปิดตัวลงสนาม 16 เกมแรก

สเตอร์ริดจ์ ขาลงยังไม่จบเท่านั้น ยังมี..

สเตอร์ริดจ์ แทร็ปซอนสปอร์

ทุกอย่างเหมือนกำลังกลับมาเข้ารูปเข้ารอยได้สวย แต่อยู่ดีๆ ทุกอย่างก็พังทลายลงมาไม่เหลือซาก หลังจากที่ทุกคนได้เห็นข่าวว่าเขาถูกสั่งแบนยาว 6 สัปดาห์ จากคดีเรื่องการพนัน แม้จะมีความพยายามในการอุทธรณ์ แต่ถึงกระนั้น สเตอร์ริดจ์ ก็โดนลงดาบแบนยาว 4 เดือน พร้อมกับถูก แทร็ปซอนสปอร์ ยกเลิกสัญญาในวันเดียวกัน

ข่าวการแบนของ สเตอร์ริดจ์ ไม่ใช่เรื่องที่ดราม่าอะไรนัก ในเมื่อตอนนี้โลกทั้งใบต้องหยุดหมุนชั่วคราวจากสถานการณ์วิกฤติ โควิด เช่นเดียวกับโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลที่นิ่งสนิทมันคงมีช่วงเวลาที่ช่วยให้ สเตอร์ริดจ์ ตั้งสติได้ แต่ในขณะเดียวกัน เข็มเวลาก็หมุนวนไปแบบไม่รอใคร เช่นเดียวกับอายุอานามของเจ้าตัวที่จะแก่ลงไปจากเดิมเรื่อยๆ

เมื่อทุกอย่างคลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติ ถ้าหากวันนั้นมาถึงจริงๆ มันก็คงไม่มีใครกล้าการันตีได้เลยว่าชายที่ชื่อ ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ จะเหลือน้ำยาอะไรงัดออกมากอบกู้อาชีพตัวเองได้อยู่หรือเปล่า

อ่านข่าวบอลเพิ่มเติม

 

 

บทความน่าอ่านเพิ่มเติม

  • 49
    เปเล่-มาราโดน่า ศึกนอกสังเวียนแข้ง ใครจะเก่งกับเตี้ยกว่ากันสำหรับคนวงการฟุตบอลแล้ว หากจะมานั่งเถียงกันว่าระหว่าง เปเล่ ราชาไข่มุกดำ กับ ดีเอโก้ มาราโดน่า หรือเสือเตี้ย ใครจะเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดในโลกตลอดกาล คงเหมือนกับการมานั่งเถียงกันว่า ไก่กับไข่ อะไรเกิดก่อนกัน และแม้ว่าจะถูกยกให้เป็นราชันย์ลูกหนังโลก แต่ทั้งคู่ ยังมีเรื่องราวบาดหมางกันอย่างหนักนอกสนาม ถึงขั้นเขียนหนังสือประจานกันเลยทีเดียว ใครคือนักเตะที่เก่งที่สุดตลอดกาล ความสำเร็จของเปเล่ ผู้ที่ได้การบันทึกสถิติเอาไว้ว่า ยิงประตูได้มากมายถึง 1,281 ประตู จาก 1,363 นัดที่ลงสนามให้กับสโมสรซานโต๊ส และ นิวยอร์ค คอสมอส พ่วงด้วยดีกรีแชมป์โลก 3 สมัยอีกต่างหาก ในขณะที่มาราโดน่า คือหัวใจสำคัญที่พาอาร์เจนติน่า ขึ้นสู่แชมป์โลกในปี 1986 ซึ่งทั้งคู่ได้รับการยอมรับจากโลกลูกหนังว่า เป็นนักเตะเทวดา ที่เล่นฟุตบอลด้วยความสวยงาม และเต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ จุดเกิดฉนวนทำให้แตกแยก…
    Tags: สเตอร์ริดจ์

About admin

Check Also

คาสซาโน่ เพลย์บอยฟุตบอล

คาสซาโน่ เพลย์บอยฟุตบอล มีเซ็กซ์กับสาว 700 คน

Lineบทเรียน คาสซาโน่ : อัจฉริยะที่เดิมพันอาชีพด้วยการนอนกับผู้หญิง 700 คน โดมินิค ทอเร็ตโต้ เคยหล่นวาทะอมตะแบบ “เท่ปนเสี่ยว” ไว้ในหนังแฟรนไชน์ Fast and Furious เกือบทุกภาคว่า …

Leave a Reply