Breaking News
Home / ข่าวกีฬา / 7 เหตุการณ์ ประวัติศาสตร์ โชเซ่ มูรินโญ่ บอส แมนยูไนเต็ด ปะทะ นอกสนาม

7 เหตุการณ์ ประวัติศาสตร์ โชเซ่ มูรินโญ่ บอส แมนยูไนเต็ด ปะทะ นอกสนาม

หนึ่งในใต้หล้าอยู่แล้วสำหรับ โชเซ่ มูรินโญ่ สำหรับการให้สัมภาษณ์สุดยียวนของเขาทั้งก่อนและหลังเกมซึ่งคราวนี้ผมก็ขอหยิบยกเอา 7 เหตุการณ์ ประวัติศาสตร์ โชเซ่ มูรินโญ่ บอส แมนยูไนเต็ด ปะทะ นอกสนาม โดนวิจารณ์อย่างหนาหูโดยการเถียงนั้นเขาหยิบเอาสถิติขึ้นมาเปรียบเทียบจนสุดท้ายแล้วกลายเป็นว่าทั้งนักข่าวและแฟนๆจุกเองซะอย่างนั้น

1. เรื่องให้โอกาส มาร์คัส แรชฟอร์ด

มูรินโญ่ ถูกทาง เจมี่ คาร์ราเกอร์ นักวิจารณ์และอดีตแข้งของ ลิเวอร์พูล ตำหนิเชิงว่าไม่ค่อยให้โอกาสไอ้หนู แรชฟอร์ด ลงสนามแล้วจะไปมีอนาคตอันเจิดจรัสได้ยังไง

หลังจากนั้น มูรินโญ่ ก็ตอบโต้กลับไปด้วยสถิติแบบละเอียดถี่ยิบว่า “ในฤดูกาล 2016-17 มาร์คัส แรชฟอร์ด เล่นใน พรีเมียร์ลีก 32 นัด, ยูโรปา ลีก 11 นัดรวมถึงรอบชิงชนะเลิศ, เอฟเอ คัพ 3 นัด, ลีกคัพอีก 6 นัดรวมถึงรอบชิงชนะเลิศ และ คอมมิวนิตี้ ชิลด์”

“เขาลงสนามไปทั้งหมด 53 นัดและถ้าหากคุณอยากรู้นาทีก็ 3,068 นาทีและถ้า 1 แมตช์มี 90 นาทีเขาก็ลงเล่นไปเต็มๆ 34.2 แมตช์ในฤดูกาล 2016-17”

“ปี 2017-18 เขาลงสนามในพรีเมียร์ลีก 35 นัด, แชมเปี้ยนส์ลีก 8 นัด, เอฟเอ คัพ 5 นัดรวมถึงรอบชิงชนะเลิศ, ลีกคัพ 3 นัดและ ยูฟ่า ซูปเปอร์ คัพ อีกเขาลงสนามทั้งหมด 52 นัดคิดเป็น 2,676 นาทีคิดรวมแล้ว 29.7 นัด”

“เขาอยู่กับผม 2 ฤดูกาลลงสนามไป 105 นัด 5,744 นาที คิดเป็น 63.7 นัดและลงนัดชิงชนะเลิศอีก 5 นัด”

เป็นยังไงล่ะครับ ? ละเอียดยิบ

2. แฟนๆไม่ควรผิดหวังที่ตกรอบ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

อย่างที่ทราบกันดีว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้โอกาสกลับไปโลดแล่นบนเวทีที่ใหญ่ที่สุดของสโมสรยุโรปอย่าง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อีกครั้ง

ซึ่งในปีดังกล่าว “ปีศาจแดง” ตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายด้วยการแพ้ต่อ เซบีย่า ทำให้หลังจากจบเกมการแข่งขัน มูรินโญ่ ถูกถามจี้ถึงความผิดหวังของแฟนๆที่ต้องมาตกรอบด้วยการแพ้ทีมระดับ เซบีย่า ทำให้ มู ตอกกลับไปอีกเน้นๆ

“แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ได้เข้ารอบชิงชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ลีก มาตั้งแต่ปี 2011 แล้ว 2012 ก็ตกรอบแบ่งกลุ่ม ในปี 2013 ก็ตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด มาปี 2014 ก็ตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย”

“2015 ไม่ได้เล่นฟุตบอลยุโรป ปี 2016 กลับมาเล่นฟุตบอลยุโรปอีกครั้งแต่ตกรอบแบ่งกลุ่มพร้อมไป ยูโรปา ลีก ซึ่งก็ตกรอบน็อคเอ้าท์ของ ยูโรปา ลีก”

“จนถึงปี 2017 ก็ได้เล่นใน ยูโรปา ลีก และคว้าแชมป์ได้โดยมีผมคุมทีม หลังจากนั้นเราก็มีเล่นใน แชมเปี้ยนส์ลีก 2018 พร้อมกับทำได้ 15 จาก 18 คะแนนในรอบแบ่งกลุ่มจนมาแพ้ในบ้านรอบ 16 ทีมสุดท้าย”

“ดังนั้นตลอด 7 ปีกับ 4 ผู้จัดการทีม ครั้งหนึ่งไม่ได้ไปฟุตบอลยุโรป, 2 ครั้งตกรอบแบ่งกลุ่ม ดีที่สุดคือรอบ 8 ทีมสุดท้าย มันคือมรดกของฟุตบอลและถ้าหากคุณโยงไป พรีเมียร์ลีก ล่ะก็ครั้งสุดท้ายที่คว้าแชมป์คือ 2012-13 และหลังจากนั้น ยูไนเต็ด จบที่ 7, 4, 5 และ 6 ดังนั้นผมทำได้ดีที่สุดนั่นก็คืออันดับที่ 4”

ฝีปาก คารม เหตุการณ์ ประวัติศาสตร์ โชเซ่ มูรินโญ่ บอส แมนยูไนเต็ด

3. ปกป้องแทคติก ‘รถบัส’ ของตัวเอง

อีกหนึ่งเหตุการณ์ ประวัติศาสตร์ แมนยู เมื่อปี 2016 ยูไนเต็ด มีคิวต้องบุกไปเยือน ลิเวอร์พูล ยังถิ่น แอนฟิลด์ ซึ่งในเกมดังกล่าวผลออกมาเสมอ 0-0 และก็แน่นอนล่ะว่าแฟนๆต่างวิจารณ์ มูรินโญ่ ถึงแผนรถบัส 11 คนในเกมวันนั้น

อย่างไรก็ตาม มูรินโญ่ ก็ปกป้องแทคติกของตนเองโดยที่ยืนยันว่าตัวเขาไม่ผิดและคนที่ผิดก็คือ ลิเวอร์พูล ต่างหากที่ไม่สามารถสร้างโอกาสและทำประตูได้เอง

“ฤดูกาลที่แล้ว ยูไนเต็ด ชนะ ลิเวอร์พูล ที่นี่และพวกเขามีโอกาสยิง 14 ครั้งส่วน ยูไนเต็ด ครั้งเดียว”

“มาวันนี้ ลิเวอร์พูล มีโอกาสสองครั้งนี่ ? กับการครองบอล 65 เปอร์เซนต์คุณควรจะไปวิจารณ์ ลิเวอร์พูล มากกว่า ไม่ใช่พวกเราหรอก มันเป็นปัญหาของพวกเขา ไม่ใช่พวกเรา”

โอ้โห สุดๆไปเลย

4. 3 สมัยมากสุดตอนนี้นะรู้ป่าว

ที่สุดของรุ่นในตอนนี้กันไปเลยเมื่อ โชเซ่ มูรินโญ่ โดนกดดันตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาลนี้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเฉพาะหลังเกมการแข่งขันที่เขานำทีมแพ้ ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ ไปแบบหมดสภาพ 3-0

ซึ่งหลังจากนั้นเขาก็ดูเหมือนว่าจะอดรนทนไม่ไหวกับสื่ออีกต่อไปเมื่อให้สัมภาษณ์ชนิดที่เหวี่ยงไปแกว่งมาจนเป็นที่โด่งดังไปทั่วโลกออนไลน์ว่า

“เอาล่ะ คุณรู้อะไรเกี่ยวกับผล 3-0 รึเปล่า ? คุณรู้ความหมาย 3-0 มั้ยล่ะ ? มันยังคงหมายถึงพรีเมียร์ลีก 3 สมัยและผมก็คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกคนเดียวได้มากกว่าผู้จัดการทีมอีก 19 คนที่เหลือ ผมคนเดียว 3 สมัยที่เหลืออีก 19 คนรวมกันได้ 2 สมัย”

“เคารพผมด้วย เข้าใจป่ะ เคารพผมด้วย”

โยงมาได้ขนาดนี้ ก็เอาล่ะ ยอมแกเถอะ

5. แสดงออกเชิงสัญลักษณ์

เป็นอีกหนึ่งถ้วงท่าทำนองที่ในช่วงหลังๆเราจะเห็นได้จาก โชเซ่ มูรินโญ่ อยู่บ่อยครั้งแถมมาติดๆกันอีกต่างหากซึ่งในปีนี้ครั้งแรกเกิดขึ้นที่สนาม สแตรมฟอร์ด บริดจ์ ของ เชลซี ต้นสังกัดเก่าของเขานั่นแหละ

ในช่วงเดือนตุลาคม “ปีศาจแดง” บุกไปเสมอ เชลซี ได้ 2-2 แบบน่าชนะซึ่งในเกมการแข่งขันทาง มูรินโญ่ ก็อาจจะโดนด่าโดนตะโกนว่าทำให้กล้องสามารถจับภาพได้ชัดเจนที่เขาชูนิ้วขึ้นมา 3 นิ้วซึ่งนั่นหมายถึงเขานำ เชลซี ปลดแอกความเป็นทีมกลางตารางและนำทีมเถลิงบัลลังค์ได้แชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัย

ถัดมาในเกมกับ ยูเวนตุส ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่เขาทำแสบด้วยการนำ ยูไนเต็ด บุกไปเบียดเอาชนะได้อย่างเหลือเชื่อ 2-1 ทั้งๆที่โดนนำไปก่อน 1-0 ถึงถิ่น ยูเวนตุส สเตเดี้ยม

ซึ่งหลังจากจบเกมเราได้เห็นสิ่งที่ยียวนสุดๆเมื่อ มูรินโญ่ เดินลงสนามพร้อมกับเอามือป้องหูต่อหน้าแฟนๆ “ม้าลาย” ที่ยังไม่เดินออกจากสนามไปจน ลีโอนาร์โด โบนุชชี่ และ เปาโล ดีบาล่า ต้องเดินมาถามไถ่

หลังจากจบเกม มูรินโญ่ ก็เผยว่าตัวเขาโดนด่าถึงครอบครัวมาตลอด 90 นาทีและครอบครัวนั้นยังรวมถึง อินเตอร์ มิลาน อดีตสโมสรที่เขาสามารถนำทีมคว้า ‘ทริปเปิ้ลแชมป์’ ได้ซึ่งในตอนนี้ยังคงเป็นสโมสรเดียวใน อิตาลี ที่สามารถคว้าแชมป์ 3 รายการหลังได้นั่นเอง

About admin

Check Also

โลเปเตกี เรอัล มาดริด

5 รายชื่อ กุนซือ ดวงตก ถูกปลด หลังคุมทีมได้ไม่นาน มีใครกันบ้าง

5 รายชื่อ กุนซือ ดวงตก ถูกปลด หลังคุมทีมได้ไม่นาน จัดการปลดไปแบบสดๆร้อนๆสำหรับ เรอัล มาดริด ที่ตะเพิด ฆูเลน โลเปเตกี ออกจากตำแหน่งภายหลังจากรับงานได้ 139 วันมาในคราวนี้ผมเลยขอหยิบเอา …

Leave a Reply