Breaking News
Home / ข่าวกีฬา / 5 สิ่งที่ ผู้จัดการทีม ปีศาจแดง มูรินโญ่ ควรหลีกเลี่ยง ในศึกแดงเดือด

5 สิ่งที่ ผู้จัดการทีม ปีศาจแดง มูรินโญ่ ควรหลีกเลี่ยง ในศึกแดงเดือด

5 สิ่งที่ ผู้จัดการทีม ปีศาจแดง มูรินโญ่

5 สิ่งที่ ผู้จัดการทีม ปีศาจแดง มูรินโญ่ ควรหลีกเลี่ยง ในศึกแดงเดือด ตั้งแต่เมื่อสุดสัปดาห์ จนล่วงเลยมาจนถึงตอนนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ลิเวอร์พูล แข่งกันไปคนละ 2 เกม ก่อนที่ทั้งคู่จะพบกันในวันที่ 16 ธันวาคมนี้ ณ สนาม แอนฟิลด์ ซึ่งจากเกมที่ผ่านมาของทั้งคู่ มันทำให้เห็นอะไรได้หลายอย่างเลย

ลิเวอร์พูล เก็บชัยชนะได้ทั้ง 2 เกม แบบที่ส่งตัวผู้เล่นเต็มทั้ง 2 นัด และพวกเขาเองก็สามารถเอาชนะได้ทั้ง 2 แมตช์ โดยเฉพาะเกมที่เปิดบ้านเฉือน นาโปลี 1-0 ส่งผลให้พลพรรค “หงส์แดง” เข้าสู่รอบน็อคเอาต์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ

ในขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ใช้ผู้เล่นเกือบจะคนละทีม ในเกมที่ถล่ม ฟูแล่ม 4-1 กับการแพ้ บาเลนเซีย 1-2

มีผู้เล่นเพียง 3 รายที่อยู่ในการแข่งขันทั้ง 2 นัด คือ ฟิล โจนส์, ฆวน มาต้า และ โรเมลู ลูกากู ซึ่งมีแค่ 2 คนแรกที่ลงครบ 180 นาที

ที่สำคัญคือเมื่อได้เห็นนักเตะหลายต่อหลายคน ที่ไม่ได้ลงสนามอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา มีส่วนร่วมในแมตช์ล่าสุดด้วย

5 สิ่งที่ ผู้จัดการทีม ปีศาจแดง มูรินโญ่ ไม่ควรทำ เมื่อต้องปะทะ กับ ลิเวอร์พูล

โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมน่าจะพอได้เห็นอะไรบ้างแล้วจาก 2 เกมนี้ และน่าจะพอทำการบ้านมาบ้างว่าปีนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ มาในรูปแบบไหน ซึ่งคนทางบ้านอย่างผมเองก็เห็นเหมือนกัน ว่าสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้มันเกิดขึ้น เพื่อการไปคว้าคะแนนถึงถิ่น แอนฟิลด์ ได้สำเร็จ มีอะไรบ้าง


1.เซ็ตไหนที่เล่นได้ดีอยู่แล้ว ก็ควรจะเป็นเซ็ตนั้นต่อไป

เราจะสังเกตได้ว่า การที่ทีมยังไม่ได้ใช้ ปอล ป็อกบา ลงสนามในช่วงที่ผ่านมา แมนยู ไนเต็ด สามารถต่อบอลกันได้เร็วขึ้น และไหลลื่น ตั้งแต่นัดที่เจอกับ อาร์เซน่อล จนมาถึงเกมถล่ม ฟูแล่ม จนมาถึงเกมที่แพ้ บาเลนเซีย ซึ่ง ป็อกบา ได้ลงสนามเป็นตัวจริง

ไม่ได้หมายความว่า ป็อกบา ไม่ได้เรื่อง หรือเป็นตัวที่ทำให้ทีมเล่นแล้วพบกับความพ่ายแพ้ แต่ในเมื่อช่วงนี้ คุณมีทีมที่ดีอยู่แล้ว แม้ว่าคู่แข่งอย่าง ฟูแล่ม มันจะเทียบอะไรไม่ได้กับ ลิเวอร์พูล แต่เรื่องของความมั่นใจ ในชุดผู้เล่นเกมก่อน มันน่าจะสร้างอิมแพคได้ดีกว่าผู้เล่นชุดล่าสุดที่พบกับ บาเลนเซีย

อันนี้คือพูดรวมถึงแผงมิดฟิลด์ทั้งหมดด้วย นักเตะอย่าง เฟร็ด, มารูยาน เฟลไลนี่ รวมไปถึงแบ็กขวาอย่าง อันโตนิโอ วาเลนเซีย เองก็ไม่สมควรได้รับความไว้วางใจในเกมถัดไป แม้ว่าจะได้เรื่องของประสบการณ์ก็ตาม


2.อย่าเอา ฟิล โจนส์ ลงสนามโดยเด็ดขาด!!

มีแค่เพียงตำแหน่งเดียว ในเกมที่พบกับ ฟูแล่ม ที่ผมเห็นควรจะเปลี่ยนในแมตช์แดงเดือด นั่นคือ ฟิล โจนส์…

แข้งจอมเจ็บรายนี้ ยังไม่สามารถกลับมาเป็นผู้เล่นที่น่าเกรงขามได้เลยในแนวรุก เนื่องจากโดนปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่ตลอด และดูแล้วก็ไม่น่าจะพัฒนาหรือขุนตัวเองไปได้มากกว่านี้อีกแล้ว ในเกมที่พบกับ บาเลนเซีย เขาคือตัวปัญหาที่สุดในการแข่ง 2 ประตูที่เสีย มันก็กำเนิดมาจากเจ้าตัวทั้งสิ้น

อาจจะดูใจร้ายไปหน่อย แต่นั่นคือข้อเท็จจริง โจนส์ ไม่สามารถเป็นผู้นำคุมแผงแนวหลังเอาไว้ได้ แถมยังมักจะออกอาการลนลานเสมอ เมื่อเจอกดดันจากคู่แข่ง แล้วคุณลองคิดดูว่าถ้าต้องไปดวลกับ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์, ซาดิโอ มาเน่ และ โรเบร์โต้ ฟีร์มิโน่ มันจะเกิดอะไรขึ้น!!

แน่นอนว่าคู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ คริส สมอลลิ่ง คือตัวยืนของ มูรินโญ่ ในตอนนี้ ส่วนอีกคน เซ็นเตอร์ฝั่งซ้าย ถ้าลองใช้บริการ มาร์กอส โรโฮ ดู ด้วยสไตล์การเล่นตุกติก กวนประสาทคู่แข่งแบบเขา อาจจะทำให้ผู้เล่น ลิเวอร์พูล หัวเสียแล้วเล่นกันไม่ออก เหมือนที่พบกับ นาโปลี ในเกมนัดที่ 2 ของรอบแบ่งกลุ่มถ้วยบิ๊กเอียร์ ก็เป็นได้


3.ไม่ควรจะรถบัสใส่ทั้งเกม และควรเปิดเกมบุกใส่ เพื่อขู่ คล็อปป์

แน่นอนการไปเยือน แอนฟิลด์ ใครไปบ้าบุกใส่ คงจะโดนบรรดานักวิจารณ์ด่ากันระงมแน่ ว่าคุณกล้าหรือบ้า ที่ไปเปิดหน้าแลกใส่ทีมจ่าฝูงที่เล่นมาจนจะถึงครึ่งทางของฤดูกาลแล้วยังไม่แพ้ใครแบบนั้น

แต่ถ้าจะให้นั่งรถบัส อุดเกมคู่แข่งเพื่อเอาผล 0-0 กลับบ้าน มันคงไม่ใช่เรื่องดีเช่นกัน เพราะอย่างที่เราเห็นว่าฤดูกาลนี้ รถบัสของ มูรินโญ่ มันเริ่มที่จะใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป มีอย่างที่ไหน ผู้เล่นกองหลังหรือแนวรับมันก็ทีมเดิม แต่กลับเสียประตูเป็นว่าเล่น เมื่อเทียบกับซีซั่นที่แล้ว

ฉะนั้นการอุดเป็นระยะ เมื่อถึงสถานการณ์ที่เหมาะสม อาจจะเป็นเรื่องดีกว่า เพราะถ้าคุณอุดไว้อย่างเดียว คู่แข่งก็ดาหน้าบุกอย่างเดียว มันเป็นบอลที่ค่อนข้างจะเล่นง่าย และไม่ต้องมานั่งพะวงเกมรับของตัวเอง ลองคิดดูว่าถ้า มูรินโญ่ สั่งลูกทีมเล่นรถบัสตั้งแต่นาทีแรก เราอาจจะได้เห็น เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ขึ้นมาเป็นกองหน้าตั้งแต่ต้นครึ่งหลังก็ได้

ในทางกลับกัน ถ้าคุณหาโอกาสขึงใส่ เล่นเกมเร็วใส่ ลิเวอร์พูล แม้มันอาจจะทำให้ไม่ได้ผล หรืออาจจะได้ผล แต่อย่างน้อย มันเป็นการทำให้คู่แข่งต้องคิดว่าจะโดนบุกมาทางไหน และพวกเขาก็จะต้องพะวงเกมรับมากขึ้น ทำให้ไม่กล้าบุกมาได้แบบพับสนามมากนัก


4.อย่าให้ ลูกากู โดดเดี่ยว และให้ ดาโล่ต์ ได้เรียกความมั่นใจต่อไป

ในแผนของ มูรินโญ่ หลายครั้งในเกมสำคัญที่เราเห็นว่า โรเมลู ลูกากู ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า แล้วสุดท้ายก็กลายเป็นตัวไร้ประโยชน์ของทีมทันที เนื่องจากบอลมันไปไม่ถึง แถมยังไม่มีมิดฟิลด์ตัวรุกคนไหน กล้าเข้าไปในกรอบเขตโทษเพื่อช่วยเกมบุก ต่างคนต่างออกริมเส้นช่องตรงกลางมันก็เหลือแค่ ลูกากู ตัวเดียว ก็โดนรุมกินโต๊ะทุกครั้งที่ได้บอล บางทีโดนบีบก่อนจนทำให้จับบอลลั่นด้วยซ้ำ

แต่คราวนี้ลองเปลี่ยนดูบ้างไหมล่ะ? ปกติแผนของ มูรินโญ่ นั้นเรื่องตำแหน่งนักเตะมักจะตายตัว มีเพียงแค่ปีกสองฝั่งที่สลับกันซ้ายขวา แต่ตำแหน่งอื่นๆ นั้นค่อนข้างจะไร้อิสระไปหน่อย ถ้าลองให้ผู้เล่นกองกลางอย่าง อันเดร เอร์เรร่า หรือ ฆวน มาต้า เข้าไปในกรอบเขตโทษมากขึ้น พร้อมกับปล่อยให้ ลูกากู ลงมาล้วงบอล หรือถ่างออกริมเส้นมากขึ้น มันอาจจะเป็นการดึงตัวประกบจากกองหลังที่ดีก็ได้

ในขณะเดียวกัน ดิโอโก้ ดาโล่ต์ ที่ค่อนข้างเด่นในเกมนัดที่แล้ว นัดนี้ควรจะได้รับโอกาสลงไปตะลุยทางฝั่งขวาต่อไป เพื่อเรียกความมั่นใจ และหาตัวหลักในตำแหน่งนี้สักที เพราะ อันโตนิโอ วาเลนเซีย บอกเลยว่าไม่ไหว เกมรับก็ไม่ใช่ว่าจะดี เกมบุกก็ตายสนิทกับขาขวาของเขา จริงอยู่ว่าอาจจะเสี่ยงหน่อยกับเกมรับของเจ้าตัว ก็คงต้องอาศัยผู้เล่นคนอื่นๆ มาช่วยซ้อน


5.หยุด ซาล่าห์ ให้ได้!!

สิ่งที่เป็นหัวใจในเกมบุกของ ลิเวอร์พูล แน่นอนว่าคือ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ แม้ว่าแรกๆ อาจจะมีโดนวิจารณ์ แต่สุดท้ายเขาก็แสดงให้เห็นว่ายังยอดเยี่ยมอยู่เหมือนเดิม ซึ่งถ้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะเอาคะแนนกลับมา สิ่งที่สำคัญคือต้องไม่เสียประตู ซึ่งจะหยุดใครล่ะ? มันก็ต้องทำให้ ซาล่าห์ เล่นไม่ออกเหมือนช่วงต้นๆ ฤดูกาล

ในเกมนัดที่ผ่านมาของ “หงส์แดง” เราจะเห็นได้ว่า ซาล่าห์ ไม่ได้มีแค่ความเร็วอย่างเดียวเท่านั้น เขายังมีบาลานซ์ที่ดี ไม่โดนเบียดล้มง่ายๆ นาโปลี มี มาริโอ รุย ที่ถือว่าเป็นผู้เล่นตัวไม่ใหญ่ แต่ก็มีความตันอยู่พอสมควร กลับถูก น้องโม ของแฟนหงส์ เบียดจนร่วงมาแล้ว

เช่นเดียวกับผู้เล่นที่ตัวใหญ่กว่าอย่าง คาดิอู คูลิบาลี่ ก็ยังเบียด ซาล่าห์ ไม่ลงอยู่บ้าง ฉะนั้นถ้าจะหยุดนักเตะแดนฟาโรห์รายนี้ ต้องไม่ใช่แค่การใช้ชั้นเชิงในการสกัด แต่อาจจะต้องมีลูกหนักเข้าขู่บ้าง

แอชลี่ย์ ยัง น่าจะได้ลงในตำแหน่งแบ็กซ้าย ซึ่งมันก็ประจวบเหมาะที่ ซาล่าห์ จะบุกเกมทางขวา ส่วนตัวเชื่อว่า อ.ยัง เป็นผู้ที่เหมาะสมที่สุด ในการดวลกับ ซาล่าห์ ด่านแรก

ที่ต้องบอกว่าด่านแรก เพราะไม่ว่าคนที่จะเข้ามาเจอกับดาวซัลโวลีกเมื่อซีซั่นที่แล้ว จะเก่งแค่ไหน ยังไงก็ต้องมีคนมาช่วยซ้อน เพราะถ้าพลาดทีเดียว มันก็หมายถึงประตูได้เหมือนกัน

โดยรวมแล้วผมเชื่อว่า 5 สิ่งที่ ผู้จัดการทีม ปีศาจแดง มูรินโญ่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลีกเลี่ยงแล้ว ก็อาจยังไม่ถึงขั้นสู้ ลิเวอร์พูล ไม่ได้เลย ในเกมที่จะถึงนี้เสียทีเดียว มันจะต่างออกไปจากแมตช์ที่พบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่นัดนั้นผมมองว่าแพ้ทุกประตูจริงๆ

แม้ว่าอาจจะกังวลกับเรื่องการวนลูปอุบาทว์ของทีม (ชนะ-เสมอ-แพ้ วนไปเรื่อยๆ) แต่ด้วยผู้เล่นใหม่ๆ ที่หายเจ็บกลับมา ไม่ว่าจะเป็น โรโฮ หรือ ดาโล่ต์ มันดูมีเคมีที่เข้ากับพวก มาร์คัส แรชฟอร์ด, มาต้า และ เอร์เรร่า อยู่ไม่น้อย

ประกอบกับที่ทัพ “หงส์แดง” เริ่มเจออาการบาดเจ็บเล่นงานอยู่เหมือนกัน ล่าสุด โจเอล มาติป ก็ซวย ดันไปกระดูไหปลาร้าหักในช่วงท้ายเกมนัดที่แล้ว ต้องพักไปถึง 6 สัปดาห์ ทำให้ขุมกำลังของพวกเขาก็บั่นทอนสมรรถภาพไปบ้างไม่มากก็น้อย

ดูแล้วเกมแดงเดือด เราอาจจะได้เห็น เดยัน ลอฟเรน ลงสนามมาเล่นคู่กับ ฟาน ไดค์ ซึ่งนี่อาจจะเป็นโอกาสดีก็ได้ ที่จะทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เห็นแสงสว่างอยู่ที่ปลายอุโมงค์

About admin

Check Also

ทีมว่าว ม้าตีนต้น พลาดแชมป์

ทีมว่าว ม้าตีนต้น พลาดแชมป์ ตัวอย่างทีมเกือบแชมป์ แต่สุดท้ายมือเปล่า

Lineทีมว่าว ม้าตีนต้น พลาดแชมป์ ตัวอย่างทีมเกือบแชมป์ แต่สุดท้ายมือเปล่า เดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี แฟนๆ จะเริ่มเห็นภาพที่ชัดเจนว่า ทีมไหนเข้าสู่การลุ้นแชมป์ ทีมไหนหลุดโค้ง และทีมไหนต้องหนีตายในเฮือกสุดท้าย ที่ผ่านมา เราสามารถเห็นความทะเยอทะยานของทีมได้ การตั้งเป้าหมายแชมป์ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ที่จะพูดกันอย่างสนุกปาก …

Leave a Reply