Breaking News
Home / ข่าวกีฬา / ปีศาจแดง แค่เปลี่ยน ผู้จัดการทีม นักเตะ คงไม่ช่วยอะไร เพราะทั้งหมดนี้ยังไม่แก้ไข
ปีศาจแดง แค่เปลี่ยน ผู้จัดการทีม

ปีศาจแดง แค่เปลี่ยน ผู้จัดการทีม นักเตะ คงไม่ช่วยอะไร เพราะทั้งหมดนี้ยังไม่แก้ไข

สำหรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มันอาจมีความเจ็บปวดที่โหดร้ายยิ่งกว่านี้ เฝ้ารอพวกเขาอยู่ในอนาคต ปีศาจแดง แค่เปลี่ยน ผู้จัดการทีม นักเตะ คงไม่ช่วยอะไร เพราะทั้งหมดนี้ยังไม่แก้ไข

ในวันที่ผลการแข่งขันไม่มาตามนัด แถมแผนการสร้างทีมระยะยาวก็ไม่ชัดเจน เช่นเดียวกับความไม่แน่นอนของฤดูกาลหน้าว่าพวกเขาจะยังคงเป็นส่วนหนึ่งของเวที ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อยู่หรือไม่

จากที่เคยถูกมองว่าจะเข้ามากอบกู้สโมสร ตอนนี้กลับกลายเป็นว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ก็กำลังเผชิญกับความกดดันไม่ต่างอะไรกับกุนซือคนก่อนๆ

ปมปัญหาของ แมนฯ ยูไนเต็ด มีความซับซ้อนมากกว่าที่คิด และลำพังการแค่เปลี่ยนกุนซือ หรือกระโจนลงไปกว้านซื้อนักเตะใหม่ คงไม่ช่วยแก้ปัญหานี้ให้หายขาด และนี่คือปัจจัย 5 ข้อ! ที่คือตัวการฉุดรั้งให้ทัพ “ปีศาจแดง” ก้าวไปไหนไม่ได้เสียทีนับตั้งแต่หมดยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

ปีศาจแดง แค่เปลี่ยน ผู้จัดการทีม

1.ไม่เคยวางแผนระยะยาว

นับตั้งแต่ไม่มี “เฟอร์กี้” มันก็ชัดเจนว่า แมนฯ ยู ดูเหมือนจะจับต้นชนปลายไม่ถูก เพราะก่อนหน้านี้ จอมคนเลือดสกอต เป็นคนกำหนดยุทธศาสตร์ของสโมสรทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกเกณฑ์บุคลากร หรือการปลูกฝังสไตล์ฟุตบอล

ซึ่งเขาก็ไม่ได้ทิ้งคู่มือหรือถ่ายทอดวิธีการใดๆ ไว้ให้ เอ็ด วู้ดเวิร์ด นั่นทำให้ “เอ็ด” ต้องหาทางแก้ไขปัญหาเอง โดยเริ่มต้นจากการเอากุนซือที่ไม่มีดีเอ็นเอของสโมสรเลยอย่าง ฟาน กัล หรือ มูรินโญ่ เข้ามา

โดยหวังให้ทั้งคู่แก้ไขปัญหาฉุกเฉิน หวังนำความสำเร็จแบบฟาสต์ฟู้ดมาสู่ถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ให้ได้ก่อน แต่กลับหารู้ไม่ว่านั่นคือเชื้อไฟสำคัญที่ทำให้ทีมหลงทางเต็มๆ

2.ขุมกำลังยำมั่ว

ทีมชุดปัจจุบันของ “ผีแดง” เหมือนจับเอานักเตะมายำๆ รวมกันแบบไร้ทิศทาง เนื่องจากทีมมีการเปลี่ยนกุนซืออยู่ตลอด และโค้ชทุกคนก็ย่อมอยากจะใช้นักเตะในแบบของตัวเอง

ซึ่งการที่ทีมไม่เคยวางแผนระยะยาว มันก็ทำให้เกิดปัญหาข้อนี้ตามมา เพราะถ้าสังเกตทีมอื่นๆ ดู — อันที่จริงแล้ว มันก็มีหลายๆ ทีมที่เปลี่ยนโค้ชเรื่อยๆ แต่นั่นกลับไม่ส่งผลกระทบต่อพวกเขามาก นักเตะเก่าและใหม่สามารถเล่นรวมกันได้อย่างกลมกลืน รวมไปถึงโค้ชคนใหม่ ที่ก็ยึดถือปรัชญาในแบบเดียวกับที่สโมสรต้องการ

นั่นก็เพราะนโยบายหลักภายในสโมสรมีความชัดเจนมาก อาทิเช่น ดอร์ทมุนต์ , บาเยิร์น มิวนิค หรือ ลียง ที่มีจุดยืนหนักแน่น และเลือกดึงบุคลากรที่เหมาะสมกับตัวเองเข้ามาทำงานเท่านั้น ซึ่งจะต่างจาก แมนฯ ยู ที่เปลี่ยนทุกอย่างตามกุนซือหมด แล้วพอมีคนใหม่เข้ามา ทีมก็ต้องรื้อสร้างกันใหม่ วนไปวนมาอยู่ในอ่างไม่จบสิ้น

3.อเล็กซิส ซานเชซ

นับตั้งแต่ อเล็กซิส ตบเท้าเข้าสู่ “โรงละครแห่งความฝัน” พร้อมกับค่าเหนื่อยมหาศาล แถมแทบไม่โชว์ฟอร์มตอบแทนอะไรกลับมาเลยสักอย่าง – นั่นทำให้ แมนฯ ยู ก็ต้องประสบปัญหาเรื่องสงครามภายในมาตลอด เพราะนักเตะหลายๆ คนก็อยากได้ค่าตอบแทนในระดับเดียวกับดาวเตะชิลี

ส่งผลให้ “ปีศาจแดง” ต้องตกเป็นรองในยามที่ต้องเจรจาต่อสัญญาหรือซื้อตัวนักเตะอยู่เรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น เด เคอา , ป๊อกบา หรือ เอร์เรร่า ที่วุ่นวายเหลือเกิน ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ไม่เกิดขึ้นกับกลุ่มนักเตะ แมนฯ ซิตี้ เลย

เพราะมันก็ไม่มีผู้เล่นคนไหน “ไม่พอใจ” เงินค่าเหนื่อยตัวเอง แล้วเดินไปเคาะประตูคุยกับ ซิกิ เบกิริสไตน์ ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว 2 ทีมนี้ก็ใช้เงินจ่ายค่าเหนื่อยให้นักเตะเยอะในระดับที่ไม่ได้ต่างกันขนาดนั้น

4.ความโลเล ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรเอาโค้ชคนไหนคุมทัพ

โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ถูกดึงเข้ามาเพื่อแก้ไขวิกฤติฉุกเฉิน เนื่องจากมันไม่มีกุนซือตัวท๊อปคนไหนที่อยากจะเสี่ยงเข้ามากอบกู้ “ผีแดง” ภายในเวลาแค่ 6 เดือน ซึ่งการนำ โซลชาร์ เข้ามา ก็ดูเหมือนจะทำให้แฟนๆ พอใจขึ้นเยอะ

โดยเฉพาะผลงานช่วงแรกที่แรงกระฉูด เหมือนจะเรียกศรัทธากลับมาได้ แต่แล้วอยู่ดีๆ บอร์ด “ผีแดง” ก็ดูจะดีใจเนื้อเต้นเกินเหตุ รีบจับ “โอเล่” เซ็นสัญญาถาวร 3 ปีหน้าตาเฉย ซึ่งนี่ก็เป็นการกระทำในแบบที่ฉุกละหุกไม่มีแผนระยะยาวเช่นกัน แล้วพอผลงานของทีมเริ่มย่ำแย่ขึ้นมา

บอร์ดก็ไม่รู้จะแก้ไขยังไงนอกจากยอมรับชะตากรรม แล้วได้แต่สวดภาวนาว่า โซลชาร์ จะค่อยๆ ปรับจูนพาทีมทำผลงานได้ดีขึ้นในซีซั่นหน้า เพราะถ้าหากมันไม่เวิร์ค! พวกเขาก็ไม่มีทางเลือกอะไรนอกจากต้องจ่ายเงินชดเชยให้กุนซือนอร์เวย์ อีกบานเบอะ แถมกุนซือคนอื่นๆ ที่เคยเล็งๆ ไว้สมัยก่อน ก็อาจได้งานใหม่ไปตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์แล้ว

5.เจ้าของทีม

ทายาทของ มัลคอม เกลเซอร์ มีอยู่ทั้งสิ้น 6 คน แต่กลับไม่มีใครสักคนที่จริงจังกับการบริหาร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เลย โอเคล่ะ! ว่าพวกเขาอาจจะมีการอัดฉีดทุ่มเงินในตลาดซื้อขายอยู่เรื่อยๆ

แต่มันเป็นการจ่ายเงินในแบบที่พวกเขากอบโกยผลประโยชน์เข้าตัวเองไปเพียบแล้ว และการที่พวกเขาใช้เงินลงทุนโดยที่ไม่เข้ามาศึกษาอย่างจริงจัง นั่นก็คือสิ่งที่ทำให้ทีมประสบความล้มเหลวในการลงทุน

ทั้งๆ ที่ถ้านับกันในเรื่องตัวเลขเพียวๆ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เป็นทีมที่ใช้เงินมหาศาล (เฉลี่ยต่อ 1 ฤดูกาล) ในระดับที่ไม่ต่างอะไรกับ ยูเวนตุส , บาเยิร์น มิวนิค หรือ ปารีส แซงต์ แชร์กแมงต์ เลยด้วยซ้ำ ซึ่งตอนนี้พวกเขาก็บริหารงานกินเวลามากว่า 14 ปีแล้ว แต่กลับทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เหมือนเดินถอยหลังกลับไปนับทศวรรษ

ในภาพรวมทั้งหมด 5 ข้อนี้ เราจะเห็นได้เลยว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ขาดการมองแผนระยะยาวที่ดี โดยมักจะแก้ไขเอาตัวรอดไปแบบวันต่อวัน จนรากฐานที่ “เฟอร์กี้” สร้างให้มาอย่างยาวนาน เริ่มพังทลายลงเรื่อยๆ

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ ไม่ว่า โซลชาร์ จะอยู่ต่ออีกนานหรือไม่…..แมนฯ ยูไนเต็ด จำเป็นต้องหันกลับมาแก้ปมการบริหารงานของตัวเองให้ชัดเจนกว่านี้ให้ได้ครับ

About non

Check Also

สุดยอดดราม่า เรือ ไก่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย

Lineหลายๆ คนมองว่าเกม สุดยอดดราม่า เรือ ไก่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย คู่ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ …

Leave a Reply