Breaking News
Home / ข่าวกีฬา / ลิเวอร์พูล เจ้ายุโรป เกาะอังกฤษ รวมสถิตินัดชิง แชมเปี้ยนส์ลีก ที่คุณอาจจะยังไม่รู้
ลิเวอร์พูล เจ้ายุโรป เกาะอังกฤษ

ลิเวอร์พูล เจ้ายุโรป เกาะอังกฤษ รวมสถิตินัดชิง แชมเปี้ยนส์ลีก ที่คุณอาจจะยังไม่รู้

ลิเวอร์พูล เจ้ายุโรป เกาะอังกฤษ รวมสถิตินัดชิง แชมเปี้ยนส์ลีก ที่คุณอาจจะยังไม่รู้ อย่างที่ทราบกันดีว่า ลิเวอร์พูล สามารถคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก สมัยที่ 6 ไปครองได้อย่างยิ่งใหญ่ด้วยการเอาชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ไปได้ 2-0 โดยผมจะขอเก็บตกสถิติเล็กๆน้อยๆ 11 สถิติที่บางท่านอาจจะยังไม่รับทราบมาให้อ่านกันเพลินๆครับ

1. ชาวอียิปต์คนแรก

ลิเวอร์พูล เจ้ายุโรป เกาะอังกฤษ

เมื่อปีก่อน โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ฝันแหลกสลายไปในระยะเวลา 30 นาทีของรอบชิงชนะเลิศกับ เรอัล มาดริด ทว่าปีนี้เขาก็สามารถเติมเต็มความฝันของตนเองและชาวอียิปต์นับล้านได้สำเร็จ

เพราะ ซาลาห์ กลายเป็นผู้เล่นชาวอียิปต์คนแรกในประวัติศาสตร์ที่สามารถยิงประตูได้ในรอบชิงชนะเลิศของฟุตบอลถ้วยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของยุโรปได้สำเร็จนั่นแหละ

2. นั่นหมายความว่า ซาลาห์ ยิงไม่ยั้งเลย

นอกเหนือจากจะเป็นนักเตะชาวอียิปต์คนแรกแล้ว ซาลาห์ ยังยิงประตูได้ใน แชมเปี้ยนส์ลีก ทุกรอบที่ ลิเวอร์พูล ลงสนามไล่เรียงมาตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม, 16 ทีมสุดท้าย, 8 ทีมสุดท้าย, รองชนะเลิศ และล่าสุดก็ ชิงชนะเลิศ

3. เคน โดนลักพาตัว

อาจจะเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดครั้งใหญ่ของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ที่เลือกส่ง แฮร์รี่ เคน ลงสนามทั้งๆที่เพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บและมันก็เห็นชัดเจนว่า เคน ยังไม่ได้ฟิตสมบูรณ์ขนาดนั้น

สถิติที่ออกมานั้นบ่งบอกว่า เคน แทบไม่ได้มีส่วนร่วมเลยโดยหัวหอกทีมชาติอังกฤษจับบอลได้ 26 ครั้งตลอด 90 นาทีและมีโอกาสยิงเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

4. ครองบอลไม่ได้แต่ได้ครองถ้วยแชมป์

เป็นหนึ่งในแทคติกของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ที่เล่นเอาหลายคนงงพอสมควรเพราะว่า “หงส์แดง” ตัดสินใจปล่อยให้ สเปอร์ส เป็นฝ่ายครองบอลแทบจะข้างเดียวเลยด้วยซ้ำ

สถิติที่ออกมาคือ สเปอร์ส ครองบอลได้ 58% ส่วน ลิเวอร์พูลนั้นครองบอลได้ 42% อีกทั้ง “ไก่เดือยทอง” ยังผ่านบอลสำเร็จ 79.91% และ “หงส์แดง” ผ่านบอลสำเร็จ 64.34% เท่านั้นอ่ะ แต่สุดท้ายพวกเขาก็แชมป์


ลิเวอร์พูล เจ้ายุโรป เกาะอังกฤษ กับสถิติที่ทำให้กลายเป้นแชมป์สมัยที่ 6

5. 3 บู่ 1 มหัศจรรย์

อย่างที่ทราบกันดีว่า คล็อปป์ เข้ามารั้งบังเหียน ลิเวอร์พูล ตั้งแต่ปี 2016 นั้นเขานำ “หงส์แดง” ทะยานเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วย 3 รายการด้วยกันแต่ก็แพ้หมด

อีเอฟแอล คัพ, ยูโรปา ลีก และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก คือค่ำคืนสุดโหดร้ายของ คล็อปป์ และมันก็อาจจะเป็นบทเรียนที่สั่งสอนเขาจนทำให้เกิดแทคติกสุดเนี๊ยบในนัดชิงชนะเลิศกับ สเปอร์ส นั่นแหละ

6. โอริกี้ ยิงใน UCL เท่า พรีเมียร์ลีก

ตัวเลือกต่อจาก โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ และ ซาดิโอ มาเน่ ในช่วงหลังของ คล็อปป์ ก็คือทาง ดิว็อค โอริกี้ และเขาก็ทำประตูได้ใน พรีเมียร์ลีก 3 ตุงจากการลงสนาม 12 นัด

แต่ 3 ประตูดังกล่าวก็ไม่เทียบเท่ากับ 3 ประตูของเขาใน UCL ที่เบิ้ลใส่ บาร์เซโลน่า รอบรองชนะเลิศและซัดปิดกล่องใส่ สเปอร์ส ในนัดชิงชนะเลิศหรอก จริงไหมล่ะ ?

7. ราชายุโรปแห่งเกาะอังกฤษ

มันคือสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันว่า “หงส์แดง” คือที่สุดแล้วแห่งเกาะอังกฤษในเรื่องของการเป็นเจ้ายุโรป อีกทั้งแชมป์รายการนี้ยังแซง บาร์เซโลน่า และ บาเยิร์น มิวนิค ได้อีกต่างหาก

โดยทีมในเกาะอังกฤษตอนนี้ที่ตามหลังมาก็คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (3), น็อตติงแฮม ฟอร์เรสต์ (2), เชลซี และ แอสตัน วิลล่า (1)

8. แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ตัวนำโชค

หลายๆคนอาจจะลืมกันแล้วว่า สเตอร์ริดจ์ เนี่ยเคยคว้าแชมป์กับ เชลซี มาแล้วเมื่อปี 2012 ซึ่งเกมวันนั้นเขาไม่ได้ถูกเลือกให้ลงสนามเช่นเดียวกับปี 2019 กับ ลิเวอร์พูล

ซึ่งสถิติดันทะลึ่งเหมือนกันอีกก็คือปี 2012 หริด ยิงใน แชมเปี้ยนส์ลีก ให้ เชลซี 2 ลูกมาปี 2019 เขาก็ยิงให้ ลิเวอร์พูล 2 ลูกใน แชมเปี้ยนส์ลีก เช่นเดียวกัน

9. หน้าใหม่แพ้ตลอด

สเปอร์ส ไม่ใช่ทีมหน้าใหม่ทีมแรกที่สามารถทะยานเข้าชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้โดยในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาก็มีสโมสรหลากหลายทะยานเข้าชิงแต่ก็แพ้ซะทั้งหมด

บาเลนเซีย ปี 2000, ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ปี 2002, โมนาโก ปี 2004, อาร์เซน่อล ปี 2006 และ เชลซี ปี 2008 สโมสรเหล่านี้คือเข้าชิงเป็นครั้งแรกและแน่นอนว่าได้รับเหรียญเงินทั้งหมด

10. อลีสซง ตามรอยรุ่นพี่

ในรอบชิงชนะเลิศของ แชมเปี้ยนส์ลีก ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าไม่มีสโมสรไหนเก็บคลีนชีทมาได้เกือบ 10 ปีแล้วแต่มาคราวนี้ อลีสซง สามารถทำได้และก็เป็นการทำที่โดดเด่นซะด้วย

ครั้งล่าสุดที่มีสโมสรเก็บคลีนชีทได้นั้นถูกทำโดย ฮูลิโอ เซซาร์ นายด่านชาติเดียวกับ อลีสซง ที่ทำเอาไว้กับ อินเตอร์ มิลาน เมื่อปี 2010

11. ไม่ใช่แค่ ฟาน ไดค์ ที่แข็งแกร่ง

เซ็นเตอร์ฮาล์ฟที่โดดเด่นก็คือ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ และเขาก็ได้รับเลือกให้เป็น แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ประจำนัดชิงชนะเลิศปี 2019 แต่หากไม่มีคู่หูที่ยอดเยี่ยมก็คงจะไม่เกิดขึ้น

โฌแอล มาติป พิสูจน์คุณค่าของตัวเองได้แบบสุดแจ่มเขาสร้างสถิติสามารถเคลียร์บอลจังหวะอันตรายจาก สเปอร์ส ได้ถึง 14 ครั้งในเกมดังกล่าว และ มันก็มากกว่า ฟาน ไดค์ ถึง 9 ครั้ง รวมถึงมากกว่านักเตะทีมอื่นๆในรอบน็อกเอาท์ในฤดูกาลนี้อีกด้วย !

About non

Check Also

สุดยอดดราม่า เรือ ไก่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย

Lineหลายๆ คนมองว่าเกม สุดยอดดราม่า เรือ ไก่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย คู่ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ …

Leave a Reply